
รถกระเช้าไฟฟ้าส่วนใหญ่ใช้แบตเตอรี่ที่ออกแบบมาสำหรับการคายประจุลึก (Deep Cycle) เพราะต้องจ่ายไฟต่อเนื่องให้ทั้งระบบขับเคลื่อนและระบบยก โดยประเภทที่พบได้มีดังนี้
- แบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดแบบน้ำ (Flooded Lead-Acid Deep Cycle)
- เป็นประเภทที่ใช้แพร่หลายที่สุด
- ราคาคุ้มค่า
- ต้องเติมน้ำกลั่นและดูแลรักษาเป็นระยะ
- อายุการใช้งานประมาณ 1,000–1,500 รอบการชาร์จ (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน)
- แบตเตอรี่ AGM (Absorbent Glass Mat)
- เป็นแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดแบบปิดผนึก
- ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น
- ทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้ดี
- ราคาสูงกว่าแบบน้ำ
- แบตเตอรี่ Gel
- ใช้อิเล็กโทรไลต์ชนิดเจล
- ไม่ต้องบำรุงรักษา
- เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ต้องการลดการระเหยของกรด
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion)
- พบในรถกระเช้ารุ่นใหม่มากขึ้น
- น้ำหนักเบา
- ชาร์จได้เร็ว
- อายุการใช้งานยาวนานกว่าตะกั่ว-กรด
- ราคาสูง แต่ค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานอาจต่ำกว่า
แรงดันไฟที่พบในรถกระเช้า
- 24 โวลต์
- 36 โวลต์
- 48 โวลต์
โดยมักประกอบจากแบตเตอรี่หลายลูกต่ออนุกรม เช่น
- 24V = 4 × 6V
- 48V = 8 × 6V หรือ 4 × 12V (ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต)
การเลือกแบตเตอรี่
ควรเลือกให้ตรงกับ
- แรงดันไฟ (Voltage)
- ความจุ (Ah)
- ขนาดและตำแหน่งขั้ว
- ข้อกำหนดของผู้ผลิตรถกระเช้า
สำหรับรถกระเช้าไฟฟ้าทั่วไป แบตเตอรี่ Deep Cycle แบบตะกั่ว-กรด ยังคงเป็นประเภทที่นิยมใช้งานมากที่สุด เนื่องจากมีความทนทานและเหมาะกับการคายประจุซ้ำๆ ในการยกและเคลื่อนที่ของรถกระเช้าเป็นเวลานานต่อเนื่อง.
